Cardiac Arrest and the Chain of Survival explained in Thai

ปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตจากการหยุดหายใจกระทันหันนอกโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก ดังนั้นวันนี้สพฉ. มีคลิปการช่วยเหลือที่ถูกต้องมาฝากเพื่อนสมาชิก ทั้งนี้จากการวิจัยทางการแพทย์พบว่าผู้ที่หยุดหายใจ ดังกล่าวจะมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นหากได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกวิธีและมี ประสิทธิภาพ นั่นก็คือตามทำตามหลัก Chain of Survival หรือ ห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิต

ดังนั้นเรามาเรียนรู้หลักห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิตกันนะคะ เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเราจะประสบเหตุ หรือพบผู้ป่วยฉุกเฉินเมื่อใด โดยขั้นตอนมีดังนี้

1. Early Access คือเมื่อพบผู้ป่วยหยุดหายใจ ให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่สายด่วน 1669 ทันที

2. Early CPR การเริ่มปฏิบัติการช่วยชีวิตในทันที ซึ่งการกดหน้าอกที่มีประสิทธิภาพนั้นช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ 2-3 เท่า โดยการกดหน้าอกนั้นให้นำผู้ป่วยนอนราบบนพื้นแข็งและกดนวดหัวใจ โดยกดที่กลางหน้าอก เหยียดแขนตรึงตั้งฉากกับผู้ป่วย จากนั้นออกแรงกดให้ลึกประมาณ 2 นิ้ว โดยให้กดต่อเนื่องและสม่ำเสมอด้วยอัตรา 100 ครั้งต่อนาที หรือตามจังหวะเพลงสุขกันเถอะเรา

3. Early Defibrillation เมื่อมีข้อบ่งชี้ให้การรักษาด้วยกระแสไฟฟ้าให้รวดเร็วที่สุด ภายใน 3-5นาที โดย นำเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED มาติดที่ตัวผู้ป่วยตามคำแนะนำที่บอกไว้ที่เครื่อง หยุดรอให้เครื่องวิเคราะห์ผู้ป่วย จากนั้นหากเครื่องแนะนำให้ทำการช็อค ห้ามทุกคนสัมผัสตัวผู้ป่วย และกดช็อคที่ตัวเครื่อง AED เมื่อเสร็จแล้วให้ทำการกดหน้าอกต่อเนื่อง

4. Early ACLS ปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นสูงอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ (โดยทีมกู้ชีพที่ได้รับการประสานการช่วยเหลือเพื่อนำส่งโรงพยาบาลต่อไป)

5. Integrated Post Cardiac Arrest Care ให้การดูแลหลังจาก CPR อย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ในขั้นตอนที่ 3นี้ก็ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก โดยปัจจุบันมีฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาชนิดหนึ่ง สามารถวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ถ้าสามารถเริ่มต้นการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการกดหน้าอกร่วมกับการใช้เครื่องAEDได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพียงใด ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันสามารถทำได้โดยบุคคลทั่วไปแม้จะไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ แต่ได้รับการฝึกฝนหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือศูนย์ 1669 ก็สามารถใช้งานเครื่องได้ โดยทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติจะได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ในการส่งเสริมให้ประชาชนเรียนรู้และจดจำขั้นตอนเหล่านี้ต่อไป

ดังนั้นการเรียนรู้เรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพและการมีเครื่องฟื้นคืน คลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED จึงมีความสำคัญมากที่จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉิน